| สังคมสงเคราะห์ |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันอังคารที่ 12 มกราคม 2010 เวลา 14:50 น. |
|
กิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์ ![]() 1. แจกอุปกรณ์การศึกษาเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ จัดหาสมุด ดินสอ และไม้บรรทัด พร้อมพิมพ์คำขวัญของแต่ละปีลงบนปกสมุด เพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียนทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งมูลนิธิฯได้ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลกำหนดวันเด็กแห่งชาติขึ้นเมื่อปี 2502 เป็นต้นมา ทั้งนี้ ยังได้มอบสมุด ดินสอ และไม้บรรทัดจำนวนหนึ่ง ผ่าน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เป็นประจำทุกปี ![]() 2. แจกเครื่องแบบนักเรียนสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน จัดหาเครื่องแบบนักเรียนชาย - หญิง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 โดยแจกจ่ายให้แก่โรงเรียนต่างๆ ที่ได้คัดเลือกนักเรียนที่ขาดแคลนร้อยละ 20 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียน และบางกรณี มูลนิธิฯจะจ่ายให้เองเป็นการเฉพาะราย ![]() 3. มอบทุนการศึกษาประจำปี 3.1 ทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา มูลนิธิฯได้มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 40 ปีมาแล้ว โดยคัดเลือกนัก เรียนที่ขาดแคลนร้อยละ 1 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนของเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีหนังสือขอความอนุเคราะห์มายังมูลนิธิฯ ซึ่งแรกเริ่มมอบทุนละ 300, 500, 800, 1,000.-บาท ตามลำดับ และ ในปี 2542 มูลนิธิฯได้เพิ่มโครงการนำร่องมอบเงินทุนโดยเดินทางไปมอบด้วยตนเองในถิ่น ทุรกันดาร ตามโรงเรียนชายแดนในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดสระแก้ว รวม 900 ทุน ด้วยจำนวนเงินทุนๆ ละ 1,000.-บาท และในปี 2547 เริ่มใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนักเรียน จากร้อยละ 1 ของจำนวนนักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 เป็นร้อยละ 2 เช่น นักเรียน 100 คน จะได้รับ 2 ทุน ในแต่ละปี มูลนิธิฯแจกประมาณ 1,300 ทุน กำหนดมอบในช่วงเดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน ![]() 3.2 ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้ายของการศึกษา มูลนิธิฯได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่อยู่ในระหว่างการเรียนปีสุดท้ายของทุกระดับการศึกษา เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา โดยจะคัดเลือกจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด รวมมอบในแต่ละปี 76 สถาบัน จำนวน 230 ทุน รวมเป็นเงิน 1,715,000.-บาท กำหนดมอบ ณ ที่ทำการมูลนิธิฯในช่วงเดือนมิถุนายน หรือ กรกฎาคม และในปี 2551 ได้ขออนุมัติเพิ่มเงินทุนในแต่ละระดับการศึกษารวมเป็นเงิน 2,770,000.-บาท(เพิ่มจากเดิม 1,055,000.-บาท) 3.3 ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้ายของการศึกษา (ทุนสัญจร) ในปี 2542 มูลนิธิฯ ได้เริ่มดำเนินงานโครงการนำร่องมอบเงินทุนสัญจรในส่วนภูมิภาค โดยเดินทางไปมอบด้วยตนเอง ซึ่งจะพิจารณาจังหวัดที่เหมาะสมในการเป็นจุดศูนย์รวม ให้สถาบันการศึกษาในจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมารับได้สะดวก รวมมอบในแต่ละปี 25 สถาบัน จำนวน 75 ทุน รวมเป็นเงิน 555,000.-บาท กำหนดมอบหลังจากมอบทุน ณ ที่ทำการมูลนิธิฯแล้ว ในช่วงเดือนมิถุนายน หรือ กรกฎาคม และในปี 2551 ได้ขออนุมัติเพิ่มเงินทุนในแต่ละระดับการศึกษา รวมเป็นเงิน 890,000.-บาท(เพิ่มจากเดิม 335,000.-บาท) ![]() รวมเงินทุนที่มอบต่อปี โดยแบ่งตามระดับชั้นการศึกษา 1. ระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) จำนวน 105 ทุนๆ ละ 20,000.-บาท (เดิม 10,000.-บาท) 2. ระดับอาชีวศึกษา (ปวส.) จำนวน 60 ทุนๆ ละ 10,000.-บาท (เดิม 7,500.-บาท) 3. ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.) จำนวน 60 ทุนๆ ละ 8,000.-บาท (เดิม 7,500.-บาท) 4. ระดับมัธยมศึกษา (ม.6) จำนวน 40 ทุนๆ ละ 7,000.-บาท (เดิม 5,000.-บาท) 5. ระดับมัธยมศึกษา (ม.3) จำนวน 40 ทุนๆ ละ 5,000.-บาท (เดิม 3,000.-บาท) 4. โครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน มูลนิธิฯ ได้จัดตั้งโครงการอาหารกลางวันระบบเงินทุนหมุนเวียนขึ้น เมื่อปี 2529 เพื่อมอบให้กับโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ ขาดแคลนอาหารกลางวันที่จะให้นักเรียนที่ขาดแคลนได้รับประทานโดยทั่วถึง ซึ่งทางมูลนิธิฯ จะดำเนินการเยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับเงินทุนดังกล่าว พร้อมกับให้โรงเรียนรายงานผลการดำเนินงานมายังมูลนิธิฯเพื่อทราบด้วย ทั้งนี้ มูลนิธิฯจะพิจารณาจากจำนวนนักเรียนในโรงเรียน สนับสนุนวงเงินตั้งแต่ 7,000 - 20,000.-บาท และในปี 2547 ได้จัดทำโครงการอาหารกลางวันนำร่องขึ้น โดยให้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาอบรมให้ความรู้ทางการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ แก่โรงเรียน เพื่อ สร้างผลผลิต/รายได้นำไปสนับสนุนให้นักเรียนที่ขาดแคลนได้รับประทาน และพิจารณาคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ 10 แห่ง โดยใช้ชื่อว่า “โครงการอิ่มอุ่น...จากทุนป่อเต็กตึ๊ง” รวมมอบเงิน 371,000.-บาท จนถึงขณะนี้ มูลนิธิฯได้สนับสนุนเงินทุนไปแล้ว จำนวนโรงเรียน 674 แห่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,643,000.-บาท 5. สนับสนุนอุปกรณ์สนามเด็กเล่น มูลนิธิฯได้เริ่มโครงการสนับสนุนอุปกรณ์สนามเด็กเล่นในปี 2547 โดยกำหนดพื้นที่เขตคลองสานเป็นสถานที่นำร่องปีแรก ณ บริเวณสนามเด็กเล่นของสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ (ใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน) ซึ่งมีคณะกรรมการมูลนิธิฯเป็นประธานในพิธี และผู้อำนวยการเขตคลองสานเป็นผู้รับมอบอุปกรณ์สนามเด็กเล่นรวม 7 รายการ พร้อมได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคแก่ประชาชน 200 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 90,000.-บาท 6. สนับสนุนงานออกค่ายอาสาพัฒนา โดยผ่านนิสิต นักศึกษา มูลนิธิฯสนับสนุนข้าวสารและสิ่งของอื่นๆให้แก่นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ที่ขอรับการสนับสนุน เพื่อดำเนินงานออกค่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาชนบท ชุมชน โรงเรียนต่างๆ 7. สนับสนุนเงินทุนสงเคราะห์แก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลน มูลนิธิฯให้การสงเคราะห์เงินแก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลนตามโรงพยาบาล, ศูนย์อนามัยต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ตั้งแต่ปี 2512 เป็นต้นมา โดยหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิฯจะเป็นผู้พิจารณาให้ความช่วยเหลือและหลังจากสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลนไปแล้ว ทางหน่วยงานจะส่งรายงานให้มูลนิธิฯทราบเป็นประจำทุกเดือน ![]() 8. สนับสนุนข้าวสารแก่หน่วยงานต่างๆ มูลนิธิฯสนับสนุนข้าวสารรายเดือนให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิฯ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น สถานีตำรวจนครบาลต่างๆ , บ้านพักฉุกเฉิน, สหทัยมูลนิธิ ฯลฯ โดยมีมารับการสนับสนุนตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา ![]()
9. การเยี่ยมเยียนผู้ต้องโทษและจัดเลี้ยงอาหารคนชรา ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของแต่ละปี ทางมูลนิธิฯได้จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมนำเงินสดไปแจกจ่ายแก่ผู้ต้อง ขัง, เด็กและเยาวชน, ผู้ต้องห้ามในกองตรวจคนเข้าเมือง และจัดเลี้ยงอาหารคนชรา โดยดำเนินงานมาไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งการเยี่ยมเยียนเป็นทางหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจและความหวังให้ผู้ ประสบปัญหาได้มีความสุขตามสถานภาพของตน โดยแบ่งตามรายการดังนี้ ![]() 9.1 ผู้ต้องขังตามเรือนจำ/ทัณฑสถานต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง รวม 24 แห่ง โดยติดต่อประสานงานกับกรมราชทัณฑ์ ด้วยการมอบเงินสดให้แก่ผู้ต้องขังคนละ 50.-บาท พร้อมด้วยของใช้ประจำวันที่มีราคาประมาณชุดละ 50.-บาท 9.2 เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ รวม 9 แห่ง โดยติดต่อประสานงานกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ด้วยการมอบเงินสดให้แก่เด็กและเยาวชนฯ คนละ 50.-บาท พร้อมด้วยของใช้ประจำวันที่มีราคาประมาณชุดละ 50.-บาท 9.3 ผู้ต้องห้ามในกองตรวจคนเข้าเมือง โดยติดต่อกับแผนกควบคุมต้องห้าม กองตรวจคนเข้าเมืองมูลนิธิฯ จะมอบเฉพาะเงินสดให้แก่ผู้ต้องห้ามคนละ 100.-บาท 9.4 คนชราในสถานสงเคราะห์ รวม 3 แห่ง ทางมูลนิธิฯได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิจีนอีก 4 แห่งร่วมดำเนินงานด้วย ซึ่งจะมีการมอบเงินอั่งเปาให้คนละ 100.-บาท และสิ่งของที่มีราคาประมาณชุดละ 40.-บาท จัดเลี้ยงอาหาร(โต๊ะจีน)แก่คนชราในสถานสงเคราะห์ และร่วมบริจาคเงินให้กับสถานสงเคราะห์ทั้ง 3 แห่งด้วย 10. งานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ มูลนิธิฯได้ร่วมกับหน่วยงานราชการ คือ กรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันนี้หน่วยงานที่ประสานคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดงานสัปดาห์วันผู้สูงอายุแห่งชาติและครอบครัว ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545 อนุมัติให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และ มูลนิธิฯได้เป็นฝ่ายประสานงานพร้อมขอความร่วมมือกับมูลนิธิจีนอีก 7 แห่ง ร่วมดำเนินงาน ด้วยการจัดหาสิ่งของไปมอบตามสถานสงเคราะห์ที่มีผู้สูงอายุรวม 9 แห่ง 11. การสงเคราะห์อันเนื่องมาจากงานประเพณีทิ้งกระจาด มูลนิธิฯ จะจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดเป็นประจำทุกปี เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ตามจันทรคติฝ่ายจีน ในส่วนของมูลนิธิฯ ได้ถือวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ที่จะต้องปฏิบัติโดยการนำข้าวสาร หมวกสาน บะหมี่ ของใช้ต่างๆ และอื่นๆ ซึ่งมีผู้นำไปกระทำพิธีที่มูลนิธิฯเป็นจำนวนมาก หลังเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว ได้นำแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ไปรอรับ โดยในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนชุด โอกาสเดียวกัน ยังได้นำแจกจ่ายแก่หน่วยงาน ชุมชนแออัด และสถานสงเคราะห์อื่นๆ คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านบาท ![]() 12. การส่งเสริมบำรุงศาสนา มูลนิธิฯ จะมอบข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เพื่อสมทบให้แก่วัดวาอาราม เนื่องในโอกาสทอดกฐินหรือทอดผ้าป่า ในบางครั้ง จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ตลอดจนการเชิญกฐินพระราชทานไปทอด ณ พระอารามหลวงเป็นประจำ 13. การสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาครอบครัว มูลนิธิฯ จะมีนักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ประจำแผนกสังคมฯ ทำหน้าที่สัมภาษณ์ สำรวจข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยปัจจัยในการสงเคราะห์เช่น เงินสด ข้าวสาร เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันนี้ มูลนิธิฯได้ให้การสงเคราะห์ข้าวสารและอื่นๆ แก่ผู้ประสบปัญหาอยู่เป็นประจำทุกเดือน จำนวนประมาณ 250 ราย หรืออีกกรณีหนึ่ง ผู้ประสบปัญหาที่ลงข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หากอยู่ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกหน่วยให้การช่วยเหลือและสงเคราะห์ กรณีที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการช่วยนำมอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบปัญหาดังกล่าว 14. การสนับสนุนจัดงานวันที่ระลึกคนพิการ มูลนิธิฯร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์ จัดงานวันที่ระลึกคนพิการ (การจัดงานมีมาตั้งแต่ปี 2506) ซึ่งมูลนิธิฯเป็นประธานฝ่ายจัดหาของขวัญและปฐมพยาบาล ในทุกปีจะจัดหาของขวัญจำนวน 4,000 ชุด เพื่อแจกจ่ายให้แก่คนพิการที่มาร่วมงาน * ในปี 2551 มูลนิธิฯ ได้จัดทำโครงการเพิ่มขึ้นอีก คือ..... 1. โครงการจัดสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร ในส่วนภูมิภาค 2. โครงการมอบเงินทุนการศึกษาต่อเนื่อง 3. โครงการสนับสนุนเงินก่อสร้างอาคารโรงเรียนจีนทั่วประเทศ 4. โครงการแจกเครื่องอุปโภคบริโภคตามชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ด้านบรรเทาสาธารณภัย 1. การสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ เป็นการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ทั้งภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดจากความประมาทและอื่นๆ ของมนุษย์คือ.... 1.1 สงเคราะห์ผู้ประสบอัคคีภัย มูลนิธิฯ จะประสานงานกับฝ่ายทะเบียนในแต่ละท้องถิ่นที่เกิดอัคคีภัย เพื่อขอทราบจำนวนผู้ประสบภัย โดยจะจ่ายเงินสงเคราะห์ตามข้อเท็จจริง คนละ 600.-บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคครอบครัวละ 1 ชุด (ราคาประมาณชุดละ 1,000.-บาท) ในกรณีการสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภคจะมีสมาคม มูลนิธิอื่นๆ ร่วมนำสิ่งของแจกจ่ายด้วยประมาณ 20 กว่าองค์กร * มูลนิธิฯ จะทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอัคคีภัยที่มีเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑ 1.2 สงเคราะห์ผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัย ภัย ดังกล่าวที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งมักสร้างความเสียหายให้แก่ราษฎรทั้งทรัพย์สิน เงินทอง ไร่นา ผลิตผลทางการเกษตรและกินเนื้อที่อย่างกว้างขวาง การสงเคราะห์จึงค่อนข้างยาก จึงต้องขอความร่วมมือกับเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล เทศบาลและอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้ช่วยสำรวจคัดเลือกกำหนดจุดที่จะไปสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพร้อมจำนวนครอบครัว จำนวนสิ่งของที่จะแจกตามความจำเป็นและเห็นควร โดยประสานงานกับมูลนิธิ สมาคมในจังหวัดด้วย ![]() มูลนิธิฯได้ดำเนินงานมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 43 ปีแล้ว โดยจัดหาผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารทั่วภูมิภาคเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะประสานงานกับมูลนิธิประจำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ช่วยในการสำรวจพื้นที่ที่เห็นควรและเหมาะสมในการแจกจ่าย และบางโอกาสยังได้สนับสนุนแก่หน่วยงานต่างๆ ที่ขอมา การปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้.- 1.3.1 เดินทางไปแจกจ่ายด้วยตนเอง จะมีเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมผ้าห่มกันหนาวไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ ราคาประมาณชุดละ 350.-บาท 1.3.2 มอบผ่านสมาคม มูลนิธิการกุศลต่างๆ โดยการช่วยเป็นตัวแทนในการแจกจ่ายผ้าห่มกันหนาวพร้อมด้วยเสื้อผ้าเก่า ราคาประมาณชุดละ 130.-บาท 1.4 ภัยที่เกิดจากทุกขพิกภัยหรือภัยแล้ง เกิด จากการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติ หรือจากอุปกรณ์เครื่องใช้ของทางภาครัฐชำรุด หากทางมูลนิธิฯ เห็นควรที่จะต้องสนับสนุนก็จะดำเนินการให้ โดยนำน้ำดื่ม น้ำใช้ ไปแจกจ่ายตามความเหมาะสม 1.5 จ่ายเงินค่าทำศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากสาธารณภัยต่างๆ รายละ 5,000.-บาท ![]() |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 13:44 น. |
กิจกรรมที่จะมาถึง
ฟังเพลง/音樂 Mp3
Copyright © 2009 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง / 華 僑 報 德 善 堂 / POH TECK TUNG FOUNDATION. All rights reserved.
OpenSource by : Joomla.org
มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 326 ถนนเจ้าคำรพบรรจบกับถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบฯ กรุงเทพ 10100
โทรศัพท์ 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 โทรสาร 0-2226-2567
Poh Teck Tung Foundation 326 Chao Kam Rop Road., Pomprabsatrupai Bangkok 10100
Tel: 0-2225-0020, 0-2225-3211, 0-2623-0545-52 Fax: 0-2226-2567


















